วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

อาชีพที่ฝัน พาณิชนาวี


ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี (Merchant Marine Training Centre) คือสถาบันผลิตนักเดินเรือสินค้า ก่อตั้งเมื่อ12 เมษายน พ.ศ. 2515 เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ

ประวัติความเป็นมา

การเดินเรือต่างประเทศของประเทศไทยเริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2137 มีการติดต่อกับประเทศใกล้เคียงและได้ขยายตัวไปจนถึงยุโรปทำให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป มีชาวต่างชาติ เช่น อังกฤษ ฮอลันดา และฝรั่งเศส ได้เข้ามาตั้งบริษัทคลังสินค้าอย่างมากมาย แต่เนื่องจากชาวไทยโดยทั่วไปยังไม่ชำนาญในการเดินเรือ บรรดาเจ้าของเรือและบริษัทการเดินเรือไทยจึงจำเป็นต้องจ้างคนต่างชาติเข้ามาทำงานบนเรือในอัตราค่าจ้างที่สูงมาก ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป ส่วนลูกเรือเป็นคนจีน ญวน และญี่ปุ่น รวมทั้งชาวเปอร์เซียและชาวอาหรับอื่น ๆ ถึงแม้จะมีคนประจำเริอไทยบางส่วนที่เป็นทหารนอกประจำการทำงานอยู่ด้วย แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการในการพัฒนากิจการเดินเรือของบริษัทต่าง ๆ 
          กิจการพาณิชยนาวีของประเทศไทยในปัจจุบันได้เจริญรุดหน้าเป็นอย่างมาก และมีอัตราขยายตัวเพิ่มอย่างรวดเร็ว ความต้องการของบุคลากรด้านการเดินเรือได้เพิ่มสูงขึ้น เจ้าของกิจการส่วนใหญ่ประสบปัญหาการขาดแคลนคนประจำเรือ บางครั้งจำเป็นต้องจ้างชาวต่างชาติเข้ามาทำงานบนเรือในอัตราค่าจ้างที่สูงทำให้รัฐต้องสูญเสียเงินตราออกไปนอกประเทศ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อแผนการเพิ่มจำนวนเรือสินค้า ตามนโยบายพัฒนาและส่งเสริมการพาณิชย์นาวีของประเทศ และด้วยเหตุดังกล่าว รัฐบาลเริ่มเห็นความสำคัญของกิจการพาณิชยนาวี จึงมอบหมายให้กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคมพิจารณาหาทางผลิตบุคลากรด้านการเดินเรือสนับสนุนให้เพียงพอต่อความต้องการ
          ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวีเป็นหน่วยงานหนึ่งในกรมเจ้าท่า (ได้เปลี่ยนชื่อเป็น กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี
เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2545) กระทรวงคมนาคมมีหน้าที่ผลิตคนประจำเรือทุกระดับชั้นให้มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อสนับสนุนกิจการพาณิชยนาวีรวมทั้งพัฒนาและฝึกอบรมเพื่อเพิ่มวิทยาฐานะของคนประจำเรือทุกระดับชั้นให้ได้มาตรฐานสากลตามอนุสัญญา STCW 1978 และฉบับแก้ไข STCW 1995
ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในครั้งแรกในปี พ.ศ. 2515 ในขณะนั้นใช้ชื่อเรียกว่า โรงเรียนเดินเรือพาณิชย์เป็นโครงการสร้างชาวเรือชั่วคราผลิตนักเรียนเดินเรือระดับนายประจำเรือโดยตรงให้แก่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งแรก คือบริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด ใช้หลักสูตรเร่งรัดให้จบภายใน 3 ปี เปิดทำการศึกษาและฝึกอบรมโดยใช้ชั้น 5 อาคาร 4 จำนวน 2 ห้องเรียน ของกรมเจ้าท่า มีนักเรียนในรุ่นแรกจำนวน 18 คน ทำการศึกษาและฝึกอบรมภาคทฤษฎีโดยใช้อาจารย์ทั้งภายในและภายนอกกรมเจ้าท่า และใช้เรือของกรมเจ้าท่าทำการฝึกภาคปฏิบัติทางทะเล
          นักเรียนเดินเรือพาณิชย์รุ่นแรกที่จบออกไป ได้สร้างผลงานและชื่อเสียงจนเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายรัฐบาลจึงเกิดความมั่นใจพร้อมให้การสนับสนุนต่อไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 จึงได้เปลี่ยนหลักสูตรจาก 3 ปี เป็นหลักสูตร 5 ปี โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลนอรเวย์ ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนมาวางแนวทางให้และทำการรับนักเรียนจำนวนเพิ่มมากขึ้น ในที่สุดเมื่อปี พ.ศ. 2521 ได้มีมติคณะรัฐมนตรี ให้ก่อตั้ง ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวีขึ้นเป็นการถาวร
          หลังจากนั้นกรมเจ้าท่าได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษเพื่อมาสำรวจจัดทำแผนแม่บทโครงการก่อสร้างศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี โดยกำหนดสถานที่ตั้งที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งกรมเจ้าท่าได้ขอที่ดินจากกรมธนารักษ์ได้ 17 ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ป้อมตรีเพชร” (สร้างในรัฐสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) เมื่อแผนแม่บทเสร็จประกฎว่าต้องใช้เนื้อที่ทั้งหมด 25 ไร่ ใน พ.ศ. 2523 กรมเจ้าท่าจึงขออนุมัติซื้อที่ดินจากเอกชนเพิ่มขึ้นอีก 8 ไร่ เป็นเงินจำนวน 2,340,000 บาท ซึ่งได้รับอนุมัติตามที่ขอ แผนแม่บทที่กล่าวนี้ กรมเจ้าท่าได้ยึดถือในการก่อสร้างศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ในระยะเวลาต่อมา
          ในปี พ.ศ. 2525 กรมเจ้าท่าได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเดนมาร์ก ทั้งในเรื่องของการปรับปรุงหลักสูตร โดยส่งผู้เชี่ยวชาญจำนวน 2 นาย มาช่วยวางแผนและปรับปรุงหลักสูตรให้ได้มามาตรฐานสูงขึ้น รวมทั้งยังให้ใช้เงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยเพื่อจัดซื้อเรือฝึกนักเรียน วิสูตรสาครขนาดระวางขับน้ำ 1,089 ตันกรอส ในวงเงิน 38 ล้านเดนนิชโคนเนอร์ (ประมาณ 100 ล้านบาท) เรือฝึกลำนี้ได้รับการออกแบบและควบคุมก่อสร้างโดยบริษัทวิศวกรที่ปรึกษาจากประเทศเดนมาร์ก เริ่มต่อสร้างในปี พ.ศ. 2528 ระยะเวลาต่อสร้าง 1 ปี ซึ่งเรือฝึกนักเรียนลำนี้นับได้ว่าเป็นเรือฝึกที่มีความสมบูรณ์และทันสมัยมากลำหนึ่งในกลุ่มประเทศอาเซียน
          ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ได้รับการยกระดับฐานะขึ้นเป็นหน่วยงานระดับกอง ตามพระราชกฤษฎีกา เมื่อปี พ.ศ. 2527 ยังเปิดทำการศึกษาและฝึกอบรมอยู่ภายในบริเวณกรมเจ้าท่าเช่นเดิม แต่ในขณะเดียวกันกรมเจ้าท่าก็ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ที่จังหวัดสมุทรปราการเป็นการถาวร โดยได้ว่าจ้างบริษัทวิศวกรที่ปรึกษาของไทยดำเนินการออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างดังกล่าวใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวน 88 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคารเรียนและธุรการ อาคารเอนกประสงค์ โรงฝึกงาน อาคารหอพักนักเรียน อาคารบ้านพักข้าราชการ ท่าเทียบเรือ ถนนภายในและระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น งานก่อสร้างสถานที่แห่งใหม่แล้วเสร็จเมื่อปลายปี พ.ศ. 2530 ย้ายสถานที่ศึกษาและฝึกอบรมจากกรมเจ้าท่ามาอยู่ที่สถานที่แห่งใหม่ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2531 และได้ทำพิธีเปิดเมื่อ วันพุธที่ 21 ธันวาคม 2531 โดยนายมนตรี พงษ์พาณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ในขณะนั้น) ได้รับเชิญมาเป็นประธานในพิธี
          นอกจากความช่วยเหลือจากรัฐบาลเดนมาร์กแล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นก็ให้ความช่วยเหลือเช่นกัน โดยในปี พ.ศ. 2532 ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 นาย มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการกำหนดอุปกรณ์เครื่องช่วยการศึกษาต่าง ๆ ด้วยได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศดังที่กล่าวมานี้ ทำให้เป็นที่มั่นใจว่าการผลิต นักเรียนเดินเรือของศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี กรมเจ้าท่า ต้องได้มาตรฐานสากลอย่างแน่นอน
          ปัจจุบันศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ตั้งอยู่เลขที่ 120 ซอย 6 บางนางเกรง ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างและสิ่งที่อำน

เครื่องหมายราชการ

§                     สีน้ำเงินเป็นสีของพังงา , ตัวอักษรไทย-อังกฤษ และลูกศร
§                     สีฟ้าอ่อนเป็นสีคาดของชูชีพและสีของลูกโลก
§                     สีทองเป็นสีของช่อชัยพฤกษ์และสีของรุ้งแวงลูกโลก
§                     สีดำเป็นสีของลายเส้นช่อชัยพฤกษ์
§                     ไม่จำกัดสีและขนาด

หลักสูตร

โดยได้มีหลักสูตรหลักดังนี้:
1.      หลักสูตรปกติ - 5 ปี สำหรับผู้จบ ม.6 สายวิทย์-คณิต
2.      หลักสูตรพิเศษ - 3 ปี สำหรับผู้จบ ปวส.
3.      หลักสูตรประกาศนียบัตรการเดินเรือพาณิชย์ - 2.5 ปี สำหรับผู้จบ ม.6 หรือเทียบเท่าขึ้นไปเรือฝึก
1.      เรือวิสูตรสาคร
ออกแบบโดยบริษัท DWINGER MARINE CONSULT ต่อที่เมือง RINGKOBING ประเทศ DENMARK ทำพิธีปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2528 ชื่อเรือ วิสูตรสาครได้ชื่อมาจากนามท่านอธิบดีกรมเจ้าท่าคนแรกของไทย เรือลำนี้ได้รับการต่อสร้างภายใต้มาตรฐานของ LLOYD’S REGISTER OF SHIPPING มีอุปกรณ์ครบสมบูรณ์สำหรับฝึกนักเรียนเดินเรือตามมาตรฐานสากล กรมเจ้าท่ารับไว้ใช้ราชการเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2529
         

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

บัวขาว


บัวขาวเกิดและเริ่มชีวิตอาชีพมวยไทย ตั้งแต่เมื่ออายุได้ 8 ขวบ ที่จังหวัดสุรินทร์ เข้ากรุงเทพมาสังกัดค่ายมวย ป.ประมุข เมื่ออายุได้ 15 ปี
บัวขาวได้รับเข็มขัดแชมป์มาครองเป็นจำนวนมากภายหลังเริ่มอาชีพมวยไทยที่กรุงเทพ ได้แชมป์เวทีมวยสยามอ้อมน้อย รุ่นเฟเธอเวท แชมป์ประเทศไทยรุ่นเฟเธอเวท และแชมป์ที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อยอีกครั้ง ในรุ่นไลท์เวท
ในปีพ.ศ. 2545 บัวขาวชนะเลิศมวยไทยมาราธอนโตโยต้า รุ่น 140 ปอนด์ ที่สนามมวยลุมพินี ชนะโคบายาชินักชกชาวญี่ปุ่น
ปีพ.ศ. 2547 บัวขาวชนะเลิศรายการK-1 WORLD MAX 2004 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยชนะจอน เวน พาร์นักมวยไทยชาวออสเตรเลีย โคะฮิรุยมาคิ และมาซาโตะแชมป์เก่าชาวญี่ปุ่น และในปีต่อมา บัวขาวเกือบที่จะรักษาแชมป์รายการ K-1ได้ โดยแพ้คะแนน แอนดี้ ซอเยอร์ ในนัดชิงชนะเลิศอย่างน่ากังขา
ปีพ.ศ. 2549 บัวขาวเข้าชิงชนะเลิศรายการ K-1 WORLD MAX ได้ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และเป็นแชมป์ได้อีกครั้ง โดยเป็นนักมวยคนแรกในรายการนี้ที่ชนะเลิศสองสมัย
ปีพ.ศ. 2550 บัวขาวเข้าแข่งขันรายการ K-1 WORLD MAX อีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2550 บัวขาวสามารถผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายโดยชนะคะแนน Nieky "The Natural" Holtzken นักชกชาวฮอลแลนด์
ปีพ.ศ. 2551 บัวขาวเข้าแข่งขันรายการ K-1 WORLD MAX อีกครั้ง โดยบัวขาวแพ้น็อกให้กับ โยชิฮิโร่ ซาโตะ นักมวยชาวญี่ปุ่น แฟนมวยบางส่วนกังขาว่ามีการล้มมวยหรือไม่ แต่พิจารณาแล้วพบว่าบัวขาวแพ้น็อกจริงๆ ด้วยเข่าของซาโตะทำให้จุกและโดนหมัดฮุคเข้ากกหูสลบคาเวที เป็นความเสียใจของคนไทยครั้งหนึ่ง
ปีพ.ศ. 2552 บัวขาวเข้าแข่งขันรายการ K-1 WORLD MAX อีกครั้ง โดยคราวนี้สามารถเข้าถึงรอบ4คนสุดท้าย แต่ต้องมาแพ้คะแนนให้แอนดี้ ซาวเวอร์ คู่ปรับเก่าอย่างน่ากังขาอีกหน บัวขาวถึงกับออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอยากให้กรรมการชี้แจงผลการตัดสิน แฟนมวยเควันต่างพากันเห็นใจบัวขาวโดยมีหลักฐานคือผลโหวตนักสู้เควันแม็กซ์ของปีนี้ บัวขาวได้เป็นอันดับ 2 ด้อยกว่าเพียง จอร์จิโอ เปโตรเซียน แชมเปี้ยนรายการเควันปีนี้เท่านั้น